วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

หนังสือ1ซามูเอล ครั้งที่10 อาทิตย์ที่ 18:4:2010

ดู1ซมอ.15:13-15 ข้อนี้บอกว่า..ซามูเอลไปหาซาอูล พอซาอูลเห็นหน้าซามูเอล..คำแรกที่พูดคือ..เขาทำตามที่พระเจ้าสั่งเรียบร้อยแล้วนะ คือที่พระเจ้าให้กวาดล้างคนอามาเลขอ่ะ.. ตอนเนี้ย..จัดการเรียบร้อยแล้ว ซามูเอลเลยย้อนถามไปว่า..เรียบร้อยจริงๆเหรอ ถ้างั้นเสียงแกะ เสียงวัวที่ชั้นได้ยินอยู่เนี่ย..มันหมายความว่าไง ซาอูลบอก..อ๋อ..ที่เก็บไว้เนี่ย..มันเนื้อเกรดa..ทั้งนั้นเลยนะ จะเอาไว้ถวายบูชาพระเจ้าไง ที่เหลือนอกนั้นก็ฆ่าทิ้งหมดแล้ว
ดู1ซมอ.15:19-21 ซามูเอลตัดพ้อกับซาอูลว่า..ทำไมท่านถึงไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้าซักทีนะ.. “..ยังจะเม้มทรัพย์สินของศัตรูที่พระเจ้าสั่งให้ทำลายไว้อีก” แต่ซาอูลก็ยังปากแข็ง ตอบกลับซามูเอลว่า..นี่เขาก็ทำทุกอย่างตามที่พระเจ้าสั่งแล้วนะ ฆ่าชาวอามาเลขจนหมด แล้วก็คุมตัวอากักมานี่ไง “แล้วที่พวกทหารเก็บของดีๆไว้ เพราะตั้งใจจะเอามาถวายพระเจ้านะ” (นี่..เอาพระเจ้ามาอ้างซะด้วย)
แต่ยังไงทุกคนก็รู้..ว่าที่ซาอูลทำเนี่ย..ผิดเพราะไม่เชื่อฟัง พระเจ้าสั่งให้ฆ่าทำลายทั้งหมด แต่ซาอูลเห็นเนื้อเกรดเอแล้วเสียดายฆ่าไม่ลง ทั้งๆที่ถ้าฆ่าทิ้งทั้งหมดก็ถือเป็นการถวายบูชาเหมือนกัน..แต่พวกเขาจะอดกิน ซาอูลเลยเลือกที่จะเก็บของดีๆไว้ แล้วอ้างว่าจะเอามาถวายพระเจ้า เพราะนี่คือวิธีที่จะทำให้เขาและประชาชนมีโอกาสที่จะได้กินเนื้อพวกนั้น แล้วจุดนี้ซามูเอลก็ดูออก..
ดู1ซมอ.15:22-23 “พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องบูชา เท่ากับการความเชื่อฟังหรือ” ความหมายของซามูเอลคือ โอเค..การทำพิธีกรรมตามกฎบัญญัติให้ถูกต้องครบถ้วน..ก็เป็นสิ่งดีที่สมควรทำ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น คือ “ความเชื่อฟัง”
“..ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา..” เพราะการเชื่อฟังพระเจ้านับเป็นรูปแบบของการถวายบูชาที่สูงสุดและสำคัญสุดแล้ว แต่ซาอูลกลับคิดว่า..พิธีกรรมสำคัญกว่าความเชื่อฟัง เด็กๆจำไว้..ว่าพระเจ้าไม่เคยโปรดเครื่องบูชาใดๆมากกว่าความเชื่อฟังของมนุษย์ เพราะยังไงพิธีกรรมต่างๆก็เป็นแค่การแสดงออกทางภายนอก..แต่จิตใจที่เชื่อฟังมันซ่อนอยู่ข้างใน...พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าที่ชันสูตรใจมนุษย์..พระองค์มองที่หัวใจ ไม่เหมือนพระอื่นที่คนไม่เชื่อพระเจ้าเขากราบไหว้กัน เวลามีปัญหาก็จะแก้ไขกันด้วยพิธีกรรมที่แสดงออกทางภายนอก (ซะเป็นส่วนใหญ่) ไม่ค่อยแก้กันที่ใจ ดวงไม่ดีก็สะเดาะเคราะห์ แก้กรรม ไปไหว้นั่นไหว้นี่แล้วก็หวังว่าชีวิตจะดีขึ้น..
ข้อที่ 23 บอกว่า..“เพราะการกบฎเป็นเหมือนบาปแห่งการถือฤกษ์ยาม และความดื้อดึง ก็เป็นบาปเหมือนการไหว้รูปเคารพ..” ซามูเอลกำลังบอกว่า..ความไม่เชื่อฟังของซาอูลเนี่ย มันร้ายแรงพอๆกับบาปที่คนต่างชาติทำ แต่คนต่างชาติเขาทำเพราะไม่รู้..เขาไม่รู้จักพระเจ้า..ไม่รู้กฎบัญญัติของพระองค์ ก็เลยหันไปกราบไหว้รูปเคารพ..พึ่งพาการถือฤกษ์ยาม ตามประสามนุษย์ที่มีความบาปอยู่ในสายเลือด จิตวิญญาณถึงทุรนทุรายแสวงหา..อะไรก็ได้ที่จะมาช่วยปลดเปลื้อง..ความบาปทุกข์ แต่ซาอูลอ่ะ..เป็นคนของพระเจ้า..รู้จักคำสอนของพระองค์ เคยสัมผัสการทรงสถิตของพระวิญญาณ.. แต่ยังทำบาปเหมือนคนที่ไม่มีพระเจ้า..ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร..นี่มันแย่กว่าพวกต่างชาติซะอีก แล้วซามูเอลก็ย้ำกับซาอูลอีกครั้งว่า..พระเจ้าได้ถอดท่านออกจากการเป็นกษัตริย์แล้ว (เพราะทำบาปร้ายแรงซ้ำซาก)
ดู1ซมอ.15:24-26 พอซามูเอลยืนยันคำพิพากษา สุดท้ายซาอูลก็ยอมรับผิดแต่ยังอุตส่าห์ป้ายความผิดไปที่ประชาชนชน เพราะข้อที่24 บอกว่า”..เพราะข้าพเจ้าเกรงกลัวประชาชนและยอมฟังเสียงของเขาทั้งหลาย” ....โทษคนอื่นจนได้..อ้างว่าถูกประชาชนกดดันให้ทำ ใครจะเชื่อ..คนอย่างซาอูลเนี่ยนะ จะฟังเสียงใคร.. แต่ถึงจะทำเพราะถูกกดดันก็ผิดอยู่ดี..เพราะรู้อยู่ว่ามันเป็นบาปต่อพระเจ้า..ยังไงก็ทำไม่ได้ สุดท้ายซาอูลก็วิงวอนซามูเอลให้ยกโทษให้และกลับไปนมัสการพระเจ้าพร้อมกัน คงอยากจะถวายเครื่องบูชาเพื่อลบความผิดอ่ะ ประชาชนจะได้เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี.. เพราะถ้าซามูเอลไม่มาถวายบูชาด้วย คนก็จะสงสัย..ว่าเขาต้องทำอะไรผิด
ดู1ซมอ.15:30-31 “..บัดนี้ขอท่านให้เกียรติข้าพเจ้าต่อหน้าพวกผู้ใหญ่และประชาชน..” ซาอูลออกปากพูดกับซามูเอลตรงเลย..ว่าให้ช่วยไว้หน้ากันหน่อยนะ..เดี๋ยวคนอิสราเอลจะเสื่อมศรัทธาชั้น ถ้าyouไม่ไปด้วย ซามูเอลก็เลยโอเค..เห็นแก่หน้าซาอูล ยอมกลับไปนมัสการพระเจ้าด้วยกัน
ดู 1ซมอ.15:32-33 หลังจากนมัสการพระเจ้าแล้ว ซามูเอลก็บอกให้เอาตัวก.อากักที่ซาอูลไว้ชีวิตออกมา อากักก็หน้าระรื่นออกมาเพราะคิดว่าตัวเองรอดตายแล้ว.. รู้สึกปลอดภัยภายใต้การควบคุมของซาอูล ข้อที่33 ..แล้วซามูเอลพูดกับอากักว่า..ดาบของท่านกระทำให้ผู้หญิงไร้บุตรฉันใด มารดาของท่านจะไร้บุตรเหมือนพวกเขาฉันนั้น” ว่าแล้วก็ฟันอากักออกเป็นท่อนๆต่อหน้าพระเจ้าที่กิลกาล
ซามูเอลจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของพระเจ้าด้วยตัวเอง จะมัวรอซาอูลไม่ได้แล้ว..เพราะคนอามาเลขทุกคนต้องตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกษัตริย์ที่เป็นผู้นำให้ประชาชนทำชั่ว จากนั้นซามูเอลกับซาอูลก็ต่างคนต่างไป ข้อที่35 บอกว่า..ซามูเอลเสียใจมากกก.. แล้วก็ไม่มาเจอซาอูลอีกเลยจนตาย
บทที่16 ดาวิดถูกเจิมให้เป็นกษัตริย์
ดู1ซมอ.16:1 พระเจ้าถามซามูเอลว่า”เจ้าจะทุกข์ใจกับเรื่องซาอูลอีกนานแค่ไหน” พระสุรเสียงของพระเจ้าดูจะดุอยู่กลายๆ เพราะพระองค์เห็นว่าซามูเอลไม่ยอมหายเศร้าซักที ทั้งๆที่พระเจ้าก็ถอดซาอูลออกจากการเป็นกษัตริย์แล้ว มันก็ถึงเวลาที่ซามูเอลจะต้องยอมรับให้ได้ แล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป (The show must go on) ..พระองค์ถึงบอกให้ซามูเอลเติมน้ำมันเขาสัตว์ให้เต็ม เพราะได้เวลาที่ต้องไปเจิมกษัตริย์องค์ใหม่แล้ว ซามูเอลต้องไปหาเจสซี ชาวเบธเลเฮม......
ดู1ซมอ.16:2-3 ซามูเอลตอบพระเจ้าว่า..ถ้าซาอูลรู้เรื่องการเจิมตั้งกษัตริย์องค์ใหม่..ต้องมาฆ่าเขาทิ้งแน่ จริงๆที่ซามูเอลกลัวก็มีเหตุผลนะ เพราะเราก็เห็นกันไปแล้ว..ว่าซาอูลค่อนข้างจะโหดเหี้ยม เขาฆ่าคนอามาเลขจนหมดเกลี้ยง (เหลือไว้แค่อากัก) แล้วก็ยังอยากจะฆ่าแม้แต่ลูกชายตัวเอง แล้วซามูเอลเป็นใคร..เพราะฉะนั้น แน่นอน..ถ้าเขารู้ว่าซามูเอลกำลังจะเจิมกษัตริย์องค์ใหม่แล้ว..รับรองโดนแน่ แต่พระเจ้ามีทางออกให้ซามูเอล พระองค์บอกให้เขาเอาวัวไปด้วยตัวนึง แล้วบอกกับชาวบ้านว่า..จะมาถวายบูชาพระเจ้า และพระองค์ก็สั่งว่าให้เชิญเจสซี ชาวบ้านเมืองเบธเลเฮมมาร่วมพิธีด้วย แล้วพระเจ้าจะสำแดงเองว่าพระองค์เลือกใคร
ดู1ซมอ.16:4-5 พอซามูเอลมาถึงเมืองเบธเลเฮม ชาวเมืองก็วงแตกทันที พระคำภีร์บอกว่า..พวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้น ตกใจจนหน้าซีด..แล้วถามซามูเอลว่า”ท่านมาอย่างสันติหรือ (ไม่ได้เอาเรื่องเดือดร้อนมาให้ใช่มั๊ย)” ทำไมถึงถามย่างงั้น..เพราะตอนนี้ซามูเอลเหมือนอยู่คนละฝ่ายกับซาอูล แล้วชาวบ้านก็ไม่อยากมีปัญหากับซาอูลด้วย เพราะรู้อยู่ว่าเขานิสัยยังไง
ซามูเอลตอบว่าไง เขาบอกชาวบ้านว่า..เขามาถวายสัตวบูชาตามปกติ แล้วก็เชิญเจสซีกับลูกๆให้มาร่วมพิธีด้วยกัน
ดู1ซมอ.16:6-7 ข้อนี้บอกว่า..พอซามูเอลเห็น “เอลีอับ” เขาก็คิดว่า..ใช่เลย พระเจ้าคงจะเลือกคนนี้แน่ๆ เพราะไร..เอลีอับเป็นลูกคนโต แล้วมรดกหรือการเป็นหัวหน้าก็มักจะส่งผ่านมาที่บุตรหัวปี..อันนี้เป็นค่านิยมของสมัยนั้น (แล้วยังสมัยนี้ด้วยมั้ง)..ใครจะไปคิดว่าพระเจ้าจะเลือก”ลูกคนสุดท้อง” และอีกอย่างที่ซามูเอลเห็นก็คือ เอลีอับ รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เหมือนใคร..(เหมือนซาอูล) แล้วพระเจ้าก็บอกซามูเอลว่า..อย่ามองคนที่ภายนอก พระองค์ไม่ได้เลือกจากรูปร่างหน้าตา..แต่ดูที่จิตใจ หลังจากนั้นเจสซีก็ให้ลูกทั้งเจ็ดคนให้เข้ามาหาซามูเอล แต่พระเจ้าไม่เลือกใครเลย ซามูเอลก็งง..ว่าเอ๊ะ!ทำไมพระเจ้าไม่เลือกซักคนล่ะ เขาเลยถามเจสซีว่า..ยังมีคนอื่นอีกมั๊ย..(แปลว่าไม่มีใครนึกถึงดาวิดเลย) เพราะเขายังเด็ก..ผู้ใหญ่ก็มัวแต่ใช้ให้ไปเลี้ยงแกะ พอซามูเอลถามขึ้นมา..เจสซีถึงนึกได้..ว่า..ยังมีดาวิดอีกคน..
ดู1ซมอ.16:12-13 เจสซีให้คนไปตามดาวิดมา ข้อนี้บอกว่า..ดาวิดเป็นคนผิวแดงๆ หน้าตาสวย และรูปร่างงาม แปลว่า..รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่เป็นรองใคร เพียงแต่ยังเด็กอยู่แล้วก็ไม่ใช่ลูกคนโตเท่านั้นเอง พอเขามายืนตรงหน้าซามูเอลพระเจ้าบอก ”คนนี้แหละ..ที่พระองค์เลือก” ซามูเอลก็ยืนขึ้นและเจิมดาวิดด้วยน้ำมัน
ข้อที่13บอกว่า..พระวิญญาณก็สวมทับดาวิดอย่างเต็มขนาดตั้งแต่วันนั้น ส่วนซามูเอลก็กลับไปบ้านที่รามาห์ เพราะภาระกิจก็สำเร็จแล้ว
ดาวิดถูกเลือกไปรับใช้ซาอูล
ดู1ซมอ.16:14-16 พระวิญญาณของพระเจ้าที่เคยสถิตกับซาอูล ก็พรากไปสถิตกับดาวิดแทน ซาอูลต้องทุกข์ทรมานกับการถูกสิงโดยวิญญาณชั่วจากพระเจ้า..เขาจะรู้สึกเหมือนถูกสาปแล้วก็มีพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม (เหมือนสติวิปลาส) แต่สำหรับข้าราชบริพารของซาอูล วิญญาณชั่วก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาเคยเจอกันอยู่แล้ว ถึงได้รู้วิธีที่จะช่วยรักษาได้ พวกเขาเชื่อว่าเสียงเพลงสามารถกล่อมประสาทซาอูลให้สงบลงได้ ในข้อที่16พวกเขาได้เสนอให้ซาอูลหาคนดีดพิณฝีมือดี มาช่วยเยียวยาความทุกข์ทรมาน..จากการถูกวิญญาณชั่วเข้าสิง น่าสนใจมาก..ทำไมเสียงพิณถึงช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานฝ่ายวิญญาณได้..เพราะดูเหมือนดนตรีจะมีส่วนเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของมนุษย์
เด็กๆย้อนไปดู1ซมอ.10:5 เราสังเกตเห็น..ว่าบรรดาผู้เผยพระวจนะที่ซาอูลพบและเข้าไปร่วมเผยพระวจนะด้วย..ในตอนนั้น เดินลงจากสถานสูงพร้อมด้วยพิณใหญ่ รำมะนา ปี่ และพิณเขาคู่ คือทุกคนลงมาพร้อม..”เครื่องดนตรี” เพราะฉะนั้น ดนตรีต้องมีส่วนเชื่อมโยงอย่างมากกับจิตวิญญาณของมนุษย์ และต้องช่วยบรรเทาอาการวิปริตผิดเพี้ยนของซาอูลได้จริงๆ มาถึงตรงนี้ขอคริสเตียนทั้งหลายจงก้มศีรษะลงของคุณพระเจ้าผู้เืที่ยงแท้ของเรา เพราะพระองค์ทรงสอนให้เรานมัสการพระองค์ด้วยเสียงดนตรี..ซึ่งมันชัดเจนแล้วว่า..วิธีการนี้สามารถฟื้นฟูจิตวิญญาณและเชื่อมโยงเราให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ได้
ดู1ซมอ.16:19-21 ซาอูลเห็นด้วยกับความคิดของข้าราชบริพาร..เลยให้คนไปตามดาวิดมารับใช้ เจสซีก็ส่งดาวิดไปพร้อมด้วยเครื่องบรรณาการนิดหน่อย จากจุดนั้นก็ทำให้ดาวิดขยับเข้าไปใกล้กษัตริย์ เริ่มต้นด้วยงานรับใช้ซาอูล และข้อที่27บอกว่า..ซาอูลก็รักดาวิดมาก..เหมือนลูกเลยก็ว่าได้ แล้วก็เลื่อนให้ดาวิดเป็นคนถือเครื่องอาวุธ..ซึ่งตำแหน่งนี้ถือว่าใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวที่สุด ข้อที่23บอกว่า..ทุกครั้งที่วิญญาณชั่วของพระเจ้ามาสิงซาอูล ดาวิดก็จะหยิบพิณขึ้นมาเล่นถวาย ซาอูลก็จะหาย..รู้สึกสบายแล้วก็ชุ่มชื่นขึ้น เนี่ย..อัศจรรย์ของเสียงดนตรี....
วันนี้หมดเวลาแล้ว..น้าตุ๊กฝากไว้แค่นี้ก่อนนะคะ
จนกว่าจะพบกันใหม่ ...พระเจ้าอวยพรค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น