วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หนังสือ 2ซมอ.ครั้งที่13 อาทิตย์ที่13:2:2011

ดู2ซมอ.19:1-3 แทนที่ความชื่นชมยินดีจะแผ่กระจายในแผ่นดินอิสราเอล เพราะทหารฝ่ายดาวิดได้รับชัยชนะ..อับซาโลมก็ตายแล้ว ข้อนี้ บอกว่าบรรดานักรบผู้กล้าหาญของดาวิดกลับต้องเดินคอตกย่องเข้า..ย่องออกจากเมืองเหมือนไปทำความผิดอะไรมา ตอนไปรบ..ก็ไปอย่างอึดอัดมาก เพราะดาวิดสั่งไว้ไม่ให้แตะต้องอับซาโลม ไม่รบก็ไม่ได้..เพราะมันเป็นหน้าที่ พอชนะกลับมา ดาวิดกลับเอาแต่ร้องไห้..พวกทหารเลย..งง ชีวิต ไม่รู้ว่าทำถูกหรือทำผิดที่อุตส่าห์ไปเสี่ยงตายเพื่อประเทศชาติกับดาวิด

ดู2ซมอ.19:5-6 “วันนี้ฝ่าพระบาทได้ทำให้ทุกคนต้องละอาย” เพราะดาวิดแสดงออกว่า..เขารักศัตรูมากกว่าประเทศชาติและทุกๆคนที่อุตส่าห์ยอมตายเพื่อเค้า ถึงศัตรูจะเป็นลูกเขาเอง แต่ลูกคนนี้..มันจะฆ่าพ่อตัวเอง อับซาโลมน่าจะได้รับโทษตั้งแต่ที่เขาฆ่าอัมโนนแล้ว..แต่ดาวิดก็ทำเฉย แล้ววันนี้ การที่อับซาโลมกบฎ..ตามฆ่าพ่อตัวเองก็คือผลของการไม่ลงวินัยเมื่อลูกทำผิด มาถึงตอนนี้ ดาวิดก็ยังจะไม่สนใจใยดีพวกทหาร..ข้าราชการที่ยอมตายเพื่อเขา.. ข้อที่ 6 โยอาบพูดต่อไปว่า “ต้องให้อับซาโลมยังอยู่ แล้วทหารของดาวิดตายทั้งหมดใช่มั๊ย..ดาวิดถึงจะพอใจ” งานนี้ อยากจะมอบช่อดอกไม้ให้โยอาบจริงๆ อยากจะให้ตั้งแต่ที่เขาฆ่าอับซาโลมแล้วล่ะ เด็กๆเห็นมั๊ยว่า..ถึงโยอาบจะไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ มีความคดในข้องอในกระดูกอยู่มาก แต่พระเจ้าก็ยังใช้เขาได้อยู่ดี และครั้งนี้ โยอาบทำถูก..ที่กล้าเตือนดาวิด ถึงดาวิดจะเป็นกษัตริย์แต่ถ้าทำผิด..ก็ต้องยอมรับคำเตือน.. พวกเราก็เหมือนกัน..ที่จะต้องยอมรับเมื่อถูกเตือน

ดู มัทธิว 5:1-6 เด็กๆจะต้องเป็นคนที่”สอนได้..เตือนได้” เพราะความผิดพลาดหรือความบกพร่อง..ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเลวร้ายอย่างให้อภัยไม่ได้ในสายพระเนตรพระเจ้า พระองค์ทรงรู้จักมนุษย์ดี..ว่ามนุษย์มีจุดอ่อนมากน้อยแค่ไหน เพราะพระองค์สร้างขึ้นมาเองกะมือ เพราะฉะนั้น พระเยซูถึงตรัสว่า “บุคคลใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ..หิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นก็เป็นสุข” เพราะคนเหล่านี้จะเป็นคนที่สอนได้..เตือนได้ เนื่องจากยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ..บกพร่อง ไม่เคยคิดว่าฉันคือผู้ชอบธรรมหรือฉันดีพอแล้ว เด็กๆก็จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่สอนได้..เตือนได้..เพื่อที่เราจะถูกสร้างใหม่ให้งดงามกว่าเดิม แล้วเราก็ไม่ควรที่จะจำกัดด้วยว่า..ฉันจะยอมให้แค่บางคน..เตือนเท่านั้น ถ้าไม่ใช่คนนั้น..ไม่ใช่คนนี้ อย่าบังอาจมาเตือนฉัน..อย่าคิดอย่างงี้.......บางครั้ง ศัตรูหรือคนที่ไม่ชอบหน้าเรา อาจจะเป็นนักวิจารณ์ที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับเราก็ได้ เพราะไร..เขาจะกล้าพูดเรื่องที่บางครั้ง..เพื่อนสนิทหรือคนที่รักเราไม่กล้าพูด จริงมะ เพราะฉะนั้น เมื่อถูกเตือนหรือถูกตำหนิ จะโดยใครก็ตามก็ขอให้เด็กๆถ่อมใจลง..ถึงมันจะยากแต่ต้องทำ..รับฟัง..อธิฐานแล้วกลับหันสำรวจตัวเอง เปิดใจให้กว้างนิดนึง เพราะสุดท้ายภายใต้คำวิจารณ์ที่แสนจะเจ็บปวด..เราเองที่จะได้ประโยชน์

ดู2ซมอ.19:7-8 หลังจากที่ตำหนิดาวิด..ว่าเขาทำไม่ถูก ดาวิดกำลังให้ทุกคนเสียใจโดยไม่รู้ตัว แล้วโยอาบก็พูดเหมือนยื่นคำขาดว่า..”ขอฝ่าพระบาทจงลุกขึ้น..” ประมาณว่า พอแล้ว..หยุดร้องไห้ แล้วออกไปพูดชมเชยให้ทุกคนชื่นใจซะที ถ้าไม่อย่างงั้น..คืนนี้จะไม่มีทหารเหลืออยู่กับดาวิดเลยแม้แต่คนเดียว แล้วนี่จะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่ดาวิดเคยเจอมา ปรากฎว่า..ได้ผล ยังดีที่ดาวิดยังมีสติรับฟังคำพูดของโยอาบ..ยอมออกไปกล่าวต้อนรับพวกทหารที่ประตูเมือง ทั้งที่ไม่มีแก่ใจ..แต่ยังไงก็ยังออกไป

เหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีเพราะตอนนี้ ดาวิดพร้อมแล้วที่กลับไปครองบัลลังก์ที่เยรูซาเล็ม แต่!เรื่องก็ยังไม่ง่ายอยู่ดี เพราะที่ผ่านมา..คนอิสราเอลส่วนใหญ่ มีใจเข้าข้างอับซาโลม..เลือกอยู่ข้างอับซาโลม ไม่ได้เข้าข้างดาวิด ตอนนี้ ก็เลยต้องวุ่นวายนิดนึง..เพราะยังทำตัวไม่ถูก

ดู2ซมอ.19:9-10 เมื่ออับซาโลมตาย ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นในหมู่คนอิสราเอล ข้อนี้บอกว่า มีการถกเถียงกันในหมู่คนอิสราเอล บ่นกันไป..บ่นกันมา ประมาณว่า..ทีแรกกษัตริย์ดาวิดก็หนีอับซาโลมไป มาตอนนี้ อับซาโลมที่พวกเขายกให้เป็นกษัตริย์แทนก็ตายไปซะแล้ว พวกเขาจะทำยังไงดี จริงๆ ก็อยากให้ดาวิดกลับมาปกครองพวกเขาอีก เพราะทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่า ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็ง..แต่ยังไง พวกเขากลับไปสนับสนุนอับซาโลม แล้วตอนนี้ จะทำยังไงกัน..จะเอาหน้าที่ไหนไปหาดาวิด ใครจะเป็นคนออกหน้า..ไปเชิญดาวิดกลับมา นี่คือ ปัญหาของคนอิสราเอลตอนนี้

ดู2ซมอ.19:11-12/13-14 ดาวิดเดาสถานการณ์ออก..ว่าตอนนี้คนอิสราเอลคงกำลังสับสน..ทำตัวไม่ถูก..เขาก็เลยหาทางออกให้ ด้วยการ..ประสานไปที่ศาโดกกับอาบียาธาร์ ปุโรหิตที่อยู่ในเยรูซาเล็ม ดาวิดให้ทั้งสองคนไปบอกผู้นำของเผ่ายูดาห์..ให้เป็นคนออกหน้า ในการเชิญตัวเขากลับสู่เยรูซาเล็ม พร้อมทั้งประกาศแต่งตั้ง”อามาสา”ขึ้นเป็นแม่ทัพแทนโยอาบ ชาวยูดาห์ก็รู้สึกว่าจะถูกใจที่ดาวิดทำอย่างงี้ เลยพร้อมใจกันไปรวมตัวที่กิลกาลเพื่อต้อนรับก.ดาวิดกลับสู่เยรูซาเล็ม

ดู2ซมอ.19:16-17/18-19 ในบรรดาคนที่มาต้อนรับดาวิดให้กลับไปเป็นกษัตริย์..ไม่ได้มีแต่พวกยูดาห์เท่านั้น แต่มีคนอิสราเอลเผ่าอื่นๆอีกเป็นพัน ในจำนวนนี้มีศิบา..เมฟีโบเชท (ที่เป็นง่อย) แล้วก็”ชิเมอี”รวมอยู่ด้วย ชิเมอีที่ตามด่าดาวิดตอนหนีออกจากเยรูซาเล็ม ยังจำได้ใช่มั๊ย.. วันนี้ชิเมอีมาในมาดใหม่นำคนเบนยามินอีกเป็นพันมาเชิญดาวิดกลับไปเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล อะไรจะกลับใจเร็วขนาดนั้น..ชิเมอีบอกว่า”ขอเจ้านายของข้าพระบาทอย่าถือโทษและจดจำความผิดที่เขาทำวันนั้นเลย” ชิเมอีบอกว่า”เขาผิดไปแล้ว ดาวิดอย่าถือสาเขาเลย ดูสิ..วันนี้เขามารอต้อนรับดาวิดเป็นคนแรกของตระกูลเลยนะ..” แต่น้าตุ๊กว่า..พอชิเมอีรู้ข่าวว่าดาวิดเป็นฝ่ายชนะเขาคงเสียวสันหลัง และคิดได้..ว่าเขาพลาดอย่างแรง..ที่ไปทำอย่างงั้นกับดาวิด วันนี้ก็เลยรีบเสนอหน้ามาก่อนที่จะเดือดร้อน

ดู2ซมอ.19:21-22 จุดยืนของอาบีชัยยังคงเหมือนเดิม คือ อยากจะฆ่าชิเมอี เขาไม่เข้าใจว่าดาวิดจะเก็บคนอย่างงี้ไว้ทำไม บังอาจด่าดาวิดซึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้..อาบีชัยคิดว่าคนอย่างงี้สมควรตาย แต่ดาวิดยังยืนยันที่จะไม่เอาผิดกับชิเมอี ข้อที่22 ดาวิดบอกว่า “บุตรทั้งสองของนางเศรุยาห์เอ๋ย เรามีธุระอะไรกับท่าน..”หมายความว่า งานนี้โยอาบคงมีเอี่ยวอีกตามเคย เพราะดาวิดใช้คำว่า ”บุตรทั้งสอง” แสดงว่าต้องไม่ใช่อาบีชัยคนเดียวที่อยากจะฆ่าชิเมอี ดาวิดพูดประมาณว่า..นี่มันเรื่องอะไร โยอาบกับอาบีชัยถึงอยากจะทำสิ่งที่ขัดแย้งกับเขา วันนี้เป็นวันแห่งการคืนดี..เป็นวันที่ดาวิดจะกลับมาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล แล้วเขาก็ไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้น ถึงชิเมอีจะมีความผิดแต่ดาวิดก็ยังยืนยันว่า”เขาจะไม่ถึงตาย”

ดู2ซมอ.19:25-26 ตอนที่ดาวิดได้เป็นกษัตริย์ใหม่ๆ เขาคิดถึงโยนาธานมาก..ก็เลยอยากจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับโยนาธาน ถามไปถามมาก็รู้ว่า..ยังมีลูกของโยนาธานเหลืออยู่คนนึง คือ เมฟีโบเชทที่เป็นง่อย ตอนนั้น ดาวิดเลยคืนที่ทางที่เป็นสมบัติของซาอูลให้กับเมฟีโบเชททั้งหมด แล้วก็สั่งศิบาให้คอยดูแลเมฟีโบเชทให้ดี นอกจากนี้ ถ้าเด็กๆจำได้..ดาวิดยังให้เกียรติเมฟีโบเชทได้ร่วมต๊ะเสวยกับเขาด้วย แต่วันที่ดาวิดต้องหนีจากเยรูซาเล็ม เขากลับไม่เห็นเมฟีโบเชทมาแสดงความจงรักภักดีกับเขา มีแต่ศิบาคนรับใช้ที่เอาเสบียงมาส่งให้ดาวิดกับทหาร มาวันนี้..วันที่ดาวิดจะได้กลับสู่เยรูซาเล็ม..เขาได้เห็นเมฟีโบเชทมารับเสด็จ ดาวิดเลยถามทันที..ว่าตอนที่เขาหนีจากเยรูซาเล็ม..เมฟีโบเชทหายไปไหน!! ทำไมไม่ไปกับเขา เมฟีโบเชทแก้ตัวว่า..”จริงๆเขาเตรียมผูกอานลาจะตามดาวิดมาอยู่แล้ว แต่ถูกศิบาใส่ร้ายหาว่าเขาจะเฝ้าอยู่ที่เยรูซาเล็ม เผื่อว่าจะมีโอกาสได้บัลลังก์ของปู่คืนมา” น้าตุ๊กว่าฟังไม่ขึ้นนะ เพราะถ้าแค่ถูกใส่ร้าย ไม่ได้ถูกขัดขวาง..ก็น่าจะตามดาวิดไป เพราะไม่มีใครห้ามเขาไม่ให้ไปซะหน่อย..แล้วทำไมไม่ไป

ดู2ซมอ.19:29-30 ดาวิดไม่รู้หรอกว่าใครพูดจริง..แล้วใครโกหก แต่ก่อนหน้านี้ศิบาก็อุตส่าห์ขนเสบียงมาให้ดาวิดตอนที่เขากำลังลำบาก พอดาวิดถามถึงเมฟีโบเชท..ศิบาก็บอกว่า เขาเลือกที่จะอยู่ในเยรูซาเล็ม เพราะยังหวังว่าจะได้บัลลังก์ของปู่ (คือซาอูล) คืนมา ดาวิดฟังแล้ว..ก็เลยเอ่ยปากยกสมบัติของเมฟีโบเชทให้ศิบาไป มาตอนนี้เมฟีโบเชทกลับไม่ยอมรับ..หาว่าศิบาใส่ร้าย แล้วเมฟีโบเชทก็พร่ำพรรณาทำนองว่า..พงพันธ์ของเขาจริงๆก็สมควรตาย แต่ดาวิดยังอุตส่าห์เมตตาแล้วก็ให้เกียรติเขามากมาย มาถึงตรงนี้ ดาวิดคงไม่รู้จะเชื่อใครหรืออาจจะรู้ก็ได้..แต่ก็เลือกที่จะตัดรำคาญไป เขาบอกกับเมฟีโบเชทประมาณว่า..พอละๆไม่ต้องพูด ตกลงให้ศิบากับเมฟีโบเชทแบ่งสมบัติกันคนละครึ่งละกัน แต่เมฟีโบเชทบอก..เขาไม่เอา แค่ดาวิดกลับมาอย่างปลอดภัย..เขาก็พอใจแล้ว มาปากหวานตอนนี้..จะทันไม่เนี่ย

ดู2ซมอ.19:32-34 “บารซิลลัย”เป็นเศรษฐีคนนึง อายุ 80 แล้ว..มีน้ำใจกับดาวิดมาก น้าตุ๊กว่า..บารซิลลัยคงเป็นคนเก่าแก่ที่น่าจะรู้จักดาวิดมานานแล้ว เขาต้องเห็นดาวิดมานานอาจจะตั้งแต่ที่ดาวิดยังเป็นเด็กเลี้ยงแกะอยู่รึเปล่า แล้วบารซิลลัยน่าจะรู้ด้วยว่าพระเจ้าทรงเจิมดาวิดไว้ให้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล (อันนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวน้าตุ๊กนะ เพราะเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ก็เห็นภาพว่ามันน่าจะเป็นอย่างงั้น) แล้วคนเก่าแก่อย่างบารซิลลัยก็สัตย์ซื่อกับดาวิดมาตลอด เพราะเขาวางใจพระเจ้า..ให้เกียรติและยอมรับผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมมาตลอด ไม่ว่าจะกี่ร้อน..กี่หนาว ตอนที่ดาวิดต้องหนี..บารซิลลัยก็คอยส่งเสบียงให้ดาวิดกับผู้ติดตาม จนตอนนี้ ที่ดาวิดกำลังจะได้กลับไปเยรูซาเล็ม บารซิลลัยก็ตามมาส่งคอยอำนวยความสะดวกให้ ดาวิดอยากตอบแทนน้ำใจของบารซิลัย..เลยออกปากชวนให้ไปอยู่ที่เยรูซาเล็มด้วยกัน เพราะดาวิดอยากดูแลบารซิลลัยให้อยู่สุขสบายในบั้นปลายชีวิต แต่บารซิลลัยไม่อยากไปเพราะเขาแก่มากแล้ว ข้อที่35 บารซิลลัยบอกดาวิดว่า..เขาเลยวัยที่จะแสวงหาความสุขทางโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารชั้นดีหรือสิ่งบันเทิงเริงใจอะไรก็ตาม บารซิลลัยก็เบื่อแล้ว..ไม่ต้องการแล้ว

ดู2ซมอ.19:37-38 บารซิลลัยบอกว่า..อยากจะอยู่สงบๆแล้วก็ตายที่บ้านเกิดมากกว่า แต่ถ้าดาวิดจะกรุณาจริงๆ ก็ขอให้พา”คิมฮาม”คนของเขาไปแทน..จะดูแลยังไงก็แล้วแต่ดาวิด ดาวิดเลยพาคิมฮามไปอยู่ที่เยรูซาเล็มด้วยพร้อมทั้งรับปากจะดูแลอย่างดี แล้วดาวิดก็รักษาสัญญาจริงๆ เพราะต่อไปใน1พกษ.2:7 เราจะได้เห็นว่า..ขนาดก่อนตายดาวิดก็ยังสั่งเสียซาโลมอนให้ดูแล ”คิมฮาม” ให้ดีต่อจากเขาด้วย นี่คือ ดาวิด..รักษาสัญญาตลอด..แล้วรักษาอย่างจริงจัง ไม่ใช่รักษาสัญญาแบบขอไปที ถ้าเราสังเกตดูดีๆจะเห็นว่า..ไม่ว่าจะสัญญาไว้กับใคร ดาวิดจะรักษาสัญญาตลอด..ไม่เคยผิดสัญญา

ดู2ซมอ.19:41-42 แทนที่ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี เพราะตอนนี้ดาวิดก็ได้กลับมาเป็นกษัตริย์แล้ว แต่ข้อนี้บอกว่า..พอข้ามน.จอร์แดนมาได้ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ทันถึงเยรูซาเล็มเลยคนอิสราเอลก็เริ่มกระแนะกระแหนกันเอง โดยคนอิสราเอลเป็นฝ่ายฝ่ายเริ่มก่อน..คนอิสราเอลบอกว่า..”ทำไมคนยูดาห์ถึงได้ลักพาก.ดาวิดกับราชวงศ์ไป..” คือ พวกเขาพูดเหมือนจำไม่ได้..ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองนั่นแหละที่หันไปเข้าข้างอับซาโลม พออับซาโลมตาย..ก็ยังเกี่ยงกันอีกว่าใครจะเป็นคนไปเชิญดาวิดกลับมา เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาจนดาวิดต้องชงเรื่องไป..ให้คนยูดาห์ออกหน้ามาเชิญเขากลับ ฝ่ายคนยูดาห์พอได้ยินพวกอิสราเอลพูดอย่างงั้น..ก็ใช่ว่าจะยอม เขาตอกกลับคนอิสราเอลว่า..”เพราะพระราชาเป็นญาติสนิทกับเรา..” แปลว่า ฉันเป็นคนบ้านเดียวกัน..เลือดต้องข้นกว่าน้ำ..ยังไงก็สนิทกว่า..แล้วก็ไม่เคยเอาเปรียบหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวกับดาวิดด้วย คนอิสราเอลก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ..ดูต่อไป

ดู2ซมอ.19:43 พอได้ยินพวกยูดาห์เอาความเป็นญาติสนิทกับดาวิดขึ้นมาอ้าง พวกอิสราเอลก็ใช่ว่าจะยอมลดลาวาศอก พวกเขาตอบกลับไป..”ว่าถึงจะบ้านเดียวกันกับดาวิดแต่ยังไงก็เป็นคนกลุ่มน้อย สู้อิสราเอลไม่ได้ที่เป็นคนส่วนใหญ่เพราะพวกเขามีสิบเผ่า..ส่วนยูดาห์ก็แค่เผ่าเดียว” ข้อนี้ คนอิสราเอลยังบอกด้วยว่า..”..เราไม่ได้เป็นพวกแรกที่พูดเรื่องการนำพระราชากลับมาหรอกหรือ” จริงๆคนอิสราเอลก็ปรึกษากันอยู่ว่าใครจะเป็นคนไปเชิญดาวิดกลับมา..แต่ไม่ได้ทำ เกี่ยงกันไป..เกี่ยงกันมา สรุปแล้ว ตอนนี้แทนที่ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี คนอิสราเอลกลับมานั่งทะเลาะกันเอง อิจฉากันเอง ชิงดิงเด่นกันไม่เข้าเรื่อง ผู้เขียนพระธรรมตอนนี้ ก็คงไม่อยากบรรยายความร้อนแรงของทั้งสองฝ่ายให้ยืดยาว..เลยทิ้งท้ายไว้ในข้อนี้ว่า ”..แต่ถ้อยคำของคนยูดาห์รุนแรงกว่าถ้อยคำของคนอิสราเอล” บางฉบับก็ใช้คำว่า “ดุเดือดกว่า..ร้ายกาจกว่า” แต่จะคำไหนความหมายก็เหมือนกัน..เราก็เห็นภาพเดียวกัน คือตอนนี้บรรยากาศไม่ดี ทั้งอิสราเอลและยูดาห์พร้อมที่จะระเบิดใส่กันได้ตลอดเวลา

ดู2ซมอ.20 :1-2 ในขณะที่คนยูดาห์กับคนอิสราเอลพูดจาเอาชนะคะคานกัน ข้อนี้บอกว่า..มีคนอันธพาลในหมู่คนอิสราเอลคนนึง ชื่อ”เชบา”เริ่มชักใบให้เรือเสียหนักเข้าไปอีก เชบาห์พูดว่า”เราไม่มีส่วนในดาวิด ไม่มีมรดกในบุตรเจสซี;โอ คนอิสราเอลเอ๋ย ต่างคนต่างกลับไปที่เต๊นท์ของตนเถิด (”เออๆเรามันเป็นคนอื่นไม่ใช่ญาติโกโหติกาของพระราชา งั้นเราก็กลับไปอยู่ของเรา..ไม่ต้องไปยุ่งกับเค้า”..เชบาพูดประมาณนั้น) ข้อที่2 บอกว่า..คนอิสราเอลก็เชื่อคำพูดของเชบาและตามเขากลับบ้านไป (ด้วยความไม่พอใจนะ..ไม่ได้กลับไปด้วยท่าทีที่สงบ) ส่วนคนยูดาห์ก็ไปต่อ..กับดาวิด พระคำภีร์กำลังชี้ให้เราเห็นว่า ตอนนี้สถานการณ์ไม่ดีอิสราเอลกับยูดาห์กำลังจะมาทะเลาะกันเอง อับซาโลมก็เพิ่งจะสิ้นฤทธิ์ไป ตอนนี้ เหมือนจะมีเชบาขึ้นมาเป็นหัวหอกในการก่อความไม่สงบ..ทั้งที่ดาวิดยังกลับไม่ถึงวังด้วยซ้ำ........

วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ เด็กๆพยายามคิดตามและทำความเข้าใจในบทเรียนของเราด้วยนะคะ เพราะเวลาของพระเจ้า จริงๆแล้วมีจำกัด ทั้งเวลาของผู้สอนและเวลาของเด็กๆเองด้วย เราไม่สามารถรู้ได้ว่า..พรุ่งนี้จะเป็นยังไง..จะเกิดอะไรขึ้น แต่เราของวางใจในพระเจ้า..พระเยซูคริสต์ผู้ช่วยให้รอดของเรา น้าตุ๊กขอย้ำว่า..สิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดในเวลาของโลกนี้สำหรับเรา คือ เวลาที่เราได้อยู่กับพระเจ้า นมัสการพระองค์ เรียนรู้พระคำและมีประสบการณ์กับพระองค์ ได้รับสัมผัส..และคำตอบจากพระองค์ เพราะฉะนั้น อย่าเพิกเฉย..มองไม่เห็นค่า หรือมองว่าเวลาในพระเจ้าเป็นของตายสำหรับเรา ขอพระคุณความรักของพระเจ้าปกคลุมอยู่เหนือเด็กๆทุกคนนะคะ พระเจ้าอวยพรค่ะ

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

หนังสือ 2ซามูเอล ครั้งที่ 12 อาทิตย์ที่ 23:1:2011

ดาวิดกำลังหนีกระเซอะกระเซิง ตลอดทางที่หนีไป ดาวิดเจอทั้งคนที่รักและคนที่เกลียด คนที่รักก็ขอตามไปรับใช้ร่วมทุกข์ร่วมสุข คนที่เกลียดเขาอย่างชิเมอีก็ทั้งด่า..ทั้งขว้างหิน..ซัดดินใส่ ส่วนทางอับซาโลม พอมาถึงเยรูซาเล็มก็ประกาศการเข้ายึดบัลลังก์ของพ่อไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการเข้าหาสนมทั้งสิบคนของดาวิด..ตามคำแนะนำของอาหิโธเฟล ซึ่งเป็นผลทำให้พระคำของพระเจ้าที่พิพากษาดาวิดไว้ทางนาธัน..เป็นจริงขึ้นอย่างครบถ้วน..ไม่ขาดไม่เกินซักคำเดียว

บทที่17 ตอนที่คำปรึกษาของอาหิโธเฟลแพ้คำปรึกษาของหุชัย

ดู 2ซมอ.17:1-2/3-4 หลังจากที่แนะนำให้อับซาโลมเข้าหาภรรยาของพ่อแล้ว มาถึงข้อนี้อาหิโธเฟล..เสนอตัว..ขอเป็นแมทัพ..นำกำลังทหาร 12000 คนไปตามฆ่าดาวิด ข้อที่2 อาหิโธเฟลชี้ให้อับซาโลมเห็นว่า แผนการของเขาจะเป็นปฏิการที่เหนือชั้นมาก เพราะตอนนี้ น่าจะเป็นช่วงที่ดาวิดอ่อนกำลังที่สุด เพราะฉะนั้น ควรฉวยโอกาสรีบตามดาวิดไป ถ้าเจอแล้วเขา”จะฆ่าดาวิดแค่คนเดียว” จะได้ไม่ต้องนองเลือดกันมากมายใหญ่โต เพราะถ้ากษัตริย์ดาวิดตาย..ทุกคนก็ต้องหันมาอยู่ฝ่ายอับซาโลม ฟังดูแล้ว อับซาโลมมีแต่ได้..กับได้ ข้อที่4 พระคำภีร์ถึงบอกว่า..แผนนี้ ถูกใจอับซาโลมมาก แล้วพวกที่ปรึกษาของเขาก็เห็นด้วย

ดู2ซมอ.17:5-6 ทั้งที่คำปรึกษาของอาหิโธเฟลก็ถูกใจอับซาโลมมาก เพราะมันรวบรัด..แล้วฟังดูน่าจะสูญเสียน้อยมาก ที่สำคัญ..เขาไม่ต้องเปลืองตัวออกไปสู้รบกับดาวิดให้ต้องลำบากกาย..ลำบากใจ แค่รอความสำเร็จอยู่เฉยๆที่เยรูซาเล็ม แล้วทำไม อับซาโลมยังอยากจะฟังความเห็นของหุชัยอีก คำตอบคือ..เพราะครั้งนี้ คำปรึกษาของอาหิโธเฟล..ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า แล้วถ้าพระเจ้าไม่อนุญาต..ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เลย ไม่ว่าอาหิโธเฟลจะน่าเชื่อถือหรือให้คำปรึกษาที่ฟังดูเหนือชั้นขนาดไหน สุดท้าย อับซาโลมก็จะไม่เลือกทำตามแผนนั้นแน่นอน ข้อนี้..บอกว่าอับซาโลมเรียกหา”หุชัย”ให้มาเฝ้า..เล่าให้ฟังว่าอาหิโธเฟลแนะนำเขาว่ายังไง เสร็จแล้วก็ถามหุชัยว่า..เขาควรจะเชื่อและทำตามที่อาหิโธเฟลบอกมั๊ย ลองคิดดู ว่าถ้าเราเป็นหุชัย ตอนนี้..จะรู้สึกยังไง กังวล..สับสนขนาดไหนเพราะใครๆก็รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนที่สนิทกับดาวิดมานาน แถมอับซาโลมก็ไม่ได้ให้เวลาคิดเลย..ต้องตอบคำถามเดี๋ยวนั้น ถ้าไม่ใช่ด้วยพระคุณพระเจ้า..ครั้งนี้ หุชัยคงต้องลำบาก

ดู2ซมอ.17:7-8/9-10 หุชัยบอกว่า..คำแนะนำของอาหิโธเฟลครั้งนี้..ไม่ดี ไม่สมควรที่อับซาโลมจะทำตาม ข้อที่8 หุชัย เริ่มต้นพูดให้อับซาโลมลองคิดดูใหม่..ว่า “จริงๆแล้วก.ดาวิดเป็นคนยังไง..ดาวิดเป็นคนฉลาด เป็นนักรบที่แข็งแกร่งนะ..แล้วก็ชำนาญการรบมาก เพราะฉะนั้น อาหิโธเฟลคงจะประเมินดาวิดต่ำไปหน่อย ถึงคิดว่าตัวเองจะฆ่าดาวิดได้ง่ายขนาดนั้น ข้อที่ 9 หุชัยบอกต่อไปว่า..”ตอนนี้..ดาวิดคงซ่อนตัวเองอย่างดีแล้ว นึกเหรอ..ว่าจะเจอเขาอยู่ปะปนกับพวกทหาร..ไม่มีทาง ข้อที่10 หุชัยย้ำว่า..แม้แต่คนที่กล้าหาญที่สุดยังต้องกลัวจนตัวสั่น เพราะทั่วทั้งอิสราเอลรู้ดี..ว่าดาวิดคือวีรบุรุษตัวจริงแถมมีทหารฝีมือดีอยู่ข้างตัวหลายคน แล้วอีกอย่าง ดาวิดช่ำชองมากในถิ่นทุรกันดาร เพราะสมัยที่ต้องหนีซาอูล..ถิ่นทุรกันดารคือบ้านเขา ถ้าอาหิโธเฟลผลีผลามตามไป..ยังไงก็ไม่มีทางสู้ได้ (หุชัย..ว่างั้น)

ดู2ซมอ.17:11-12/13-14 หลังจากที่ชี้ให้เห็นว่าแผนของอาหิโธเฟล..ไม่เวริค หุชัยก็เสนอแผนของตัวเองทันที หุชัยพูดประมาณว่า..จะจัดการดาวิดไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อับซาโลมต้องรวบรวมคนอิสราเอลทั้งหมดตั้งแต่ดานถึงเบเออร์เชบาแปลว่า”ทั้งประเทศ” แล้วคนที่จะนำทัพใหญ่ขนาดนี้..ฝีมือก็ต้องเข้าขั้น เพราะฉะนั้น อับซาโลมออกโรงเองน่าจะเหมาะกว่า..แปลว่า อาหิโธเฟลยังอ่อนไป (ต้องบอกว่า”หุชัย”ฉลาดมาก..พูดไปก็ยกหางอับซาโลมไปด้วยเสร็จสรรพ) แล้วเราคิดว่า..คนขี้โอ่อย่างอับซาโลมจะเชื่อใคร..หุชัย หรือ อาหิโธเฟล

ข้อที่ 14 บอกว่า..อับซาโลมรวมทั้งที่ปรึกษาทั้งหมด เห็นตรงกันว่า คำปรึกษาของ”หุชัย” ดีกว่า “อาหิโธเฟล” จริงๆก็เพราะ”พระเจ้าสถาปนาให้เป็นอย่างงั้น” พระองค์สามารถประทานถ้อยคำที่เต็มไปด้วยสติปัญญา..ให้แก่หุชัยและพวกเราด้วย เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัย แล้วการเตรียมกองทัพขนาดใหญ่..ก็มีผลทำให้ดาวิดและผู้ติดตามมีเวลาพอที่จะตั้งตัวเตรียมรับมือกับอับซาโลม

ดู2ซมอ.17:15-16 พออับซาโลมเลือกที่จะทำตามคำแนะนำของหุชัย หุชัยก็รีบส่งข่าวไปถึงศาโดกกับอาบียาธาร์..ปุโรหิตที่ดาวิดให้มารออยู่ที่เยรูซาเล็ม เพราะแผนการของหุชัยทำให้ดาวิดมีเวลาตั้งตัวก็จริง..แต่มันก็ทำให้กองทัพของอับซาโลมใหญ่ขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น เขาต้องรีบส่งคนไปเตือนดาวิด ศาโดกกับอาบียาธาร์ก็เลยใช้ลูกชาย คือ โยนาธานกับอาหิมาอัส..ให้ไปส่งข่าวดาวิด แต่บังเอิ๊ญ..มีคนของอับซาโลมเห็นสองคนนี้เข้า ก็เลยไปบอกอับซาโลม..

ดูต่อไป 2ซมอ.17:18-20 โยนาธานกับอาหิมาอัสรีบหนีไปที่บ้านของชายคนนึงที่”บาฮูริม” ภรรยาเจ้าของบ้านซ่อนสองคนนี้ไว้ในบ่อน้ำ ปิดปากบ่อด้วยผ้า..แล้วก็เอาปลายข้าวมาเกลี่ยทำเป็นตากข้าวไว้บนปากบ่อ..เนียนมาก พอคนของอับซาโลมมาถามหาอาหิมาอัสกับโยนาธาน ผู้หญิงคนนี้ก็บอกว่า..”เห็นทั้งสองคนข้ามลำธารไปแล้ว” คนของอับซาโลมเที่ยวหาอยู่นาน พอแน่ใจว่าหาไม่เจอก็เลยกลับเยรูซาเล็มไป จากนั้น โยนาธานกับอาหิมาอัสก็รีบไปส่งข่าวให้ดาวิดรู้..ว่าอับซาโลมกำลังจะทำอะไร แผนเป็นยังไง ดาวิดกับพวกก็เลยหนีข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปตั้งแต่คืนนั้นเลย..

ดู2ซมอ.17:23 เมื่ออาหิโธเฟลแน่ใจแล้วว่าอับซาโลมกับพวกผู้นำ..ไม่มีใครเลยที่จะเชื่อคำแนะนำของเขา ข้อนี้ บอกว่า..อาหิโธเฟลก็เลยขี่ลากลับบ้านไป สั่งเสียลูกหลานเสร็จสรรพ..ก็ผูกคอตาย ทำไมต้องขนาดนั้น..แค่คำปรึกษาไม่เป็นที่ยอมรับ..ถึงกับอยู่ต่อไปไม่ได้เลยหรอ อายุก็ขนาดนี้แล้วน่าจะผ่านร้อน..ผ่านหนาวมาไม่ใช่น้อย แล้วทำไมคิดสั้นจัง.. นักวิชาการบางท่านให้ความเห็นว่า..เมื่ออาหิโธเฟลแน่ใจแล้ว..ว่าอับซาโลมเลือกที่จะเชื่อหุชัย จุดนั้น เขารู้ทันทีด้วยสัญชาตญาณของผู้เผยวจนะว่า ”พระเจ้าทรงกำหนดให้อับซาโลมแพ้..” แล้วเขาจะเหลืออะไร เพราะเครดิตร์ที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต..ก็จบไปแล้วตั้งแต่ที่เขาเลือกเข้าข้างอับซาโลม เขารู้..ไม่ใช่เขาไม่รู้ ว่าการเลือกอยู่ข้างอับซาโลมนั้น..มันผิด..แต่ยอมแลกเพราะแค้นดาวิด และในเมื่อเดิมพันทั้งชีวิตต้องสูญเปล่า ดาวิดก็ไม่ได้ถูกกำจัดไปอย่างที่เขาต้องการ อาหิโธเฟลก็เลยคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ต่อ..เลยจบชีวิตตัวเอง ผูกคอตายหนีความล้มเหลว

2ซมอ.18:1-2/3 มาถึงตอนนี้ ดาวิดเลี่ยงที่จะสู้กับลูกตัวเองไม่ได้แล้ว ข้อนี้บอกว่า..ฝ่ายดาวิดมีการแบ่งกำลังเป็นสามส่วน ให้โยอาบ..อาบีชัย แล้วก็อิททัย..ชาวกัทคุมคนละส่วน ดาวิดบอกทหารว่าเขาจะออกไปรบด้วย..แต่ไม่มีใครเห็นด้วย พวกทหารให้เหตุผลว่า..ถ้าพวกเขาจะต้องหนีหรือตายไปซักครึ่ง..ก็ยังไม่มีความหมายอะไรกับอับซาโลม เพราะตราบใดที่ดาวิดยังอยู่..อับซาโลมก็ยังชนะไม่ขาด.. เพราะฉะนั้น ดาวิดควรจะไปอยู่คอยบัญชาการในเมืองจะดีกว่า เพราะชีวิตของดาวิดคนเดียวมีค่ามากกว่าพวกเขาเป็นหมื่น

ดู2ซมอ.18:4-5 “ท่านทั้งหลายเห็นชอบอย่างไร เราจะทำตาม” ดาวิดยอมประทับอยู่ที่ประตูเมือง..ปล่อยให้พวกทหารออกไปรบโดยการนำของแม่ทัพทั้งสามคน แบบนี้ดีที่สุดแล้ว..ดาวิดไม่ต้องไปสู้กับลูกตัวเอง ฝ่ายทหารก็ไม่ต้องอึดอัดใจ..ถ้าบังเอิญต้องไปเผชิญหน้ากับอาซาโลม จะทำอะไรก็คงไม่ถนัด..ต้องเกรงใจดาวิด เพราะยังไงอับซาโลมก็ลูกเขา แต่ !! ถึงไม่ได้ไปทุกคนก็ต้องไปรบด้วยความอึดอัดอยู่ดี เพราะข้อที่ 5 ดาวิดสั่งโยอาบ อาบีชัย และอิททัยว่า..” เบาๆมือกับอับซาโลมหน่อยนะ นึกซะว่าเห็นแก่เรา” ถ้าทุกคนเคร่งครัดในคำสั่งของดาวิด นี่ก็คือ ภาระกิจที่ยากและไม่มีวันสำเร็จ เพราะพวกเขาต้องเบามือกับอับซาโลม แต่อับซาโลมจะเบามือกับพวกเขามั๊ย..คงไม่มีทาง และตราบใดที่อับซาโลม..ยังอยู่ ยังไงก็จะชนะกันไม่ขาด.. อาหิโธเฟลถึงตั้งใจว่า”จะฆ่าดาวิดแค่คนเดียว” เพราะแค่นั้น..เพียงพอแล้วสำหรับชัยชนะ ท้ายข้อที่5 บอกต่อไปว่า..พวกพลก็ได้ยินคำสั่งของดาวิดเรื่องอับซาโลมด้วย แล้วเด็กๆคิดว่า พวกทหารจะรู้สึกยังไง (นี่พวกเขาจะรบไปเพื่ออะไร!!มีแต่แพ้กับเสมอ)

ดู2ซมอ.18:6-8 พวกพลจึงเคลื่อนออกไป..(แบบเซ็งๆ..555 อันนี้ น้าตุ๊กพูดเอง) สงครามครั้งนี้ รบกันในป่าเอฟราอิม ปรากฎว่าคนอิสราเอลภายใต้การนำของอับซาโลม “แพ้” ทหารของดาวิด พระคำภีร์บอกว่า..การรบครั้งนั้นดุเดือดเลือดพล่าน มีทหารตายไปสองหมื่นคน..สงครามแผ่กระจายไปเป็นวงกว้าง ข้อที่ 8 บอกว่า..”ในวันนั้นป่ากินคนซะมากกว่าดาบกิน” น่าจะหมายความว่า..ที่คนของดาวิดชนะก็ไม่ใช่เพราะมีกำลังมากกว่าหรือฝีมือดีอย่างเดียว แต่คงเป็นเพราะความชำนาญในป่าที่ต่างกันด้วย..ถึงทำให้ทหารของดาวิดได้เปรียบ เพราะทหารของดาวิดส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ติดตามเขามาตั้งแต่สมัยที่เขาต้องหนีซาอูลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร การโกลาหลกำลังเกิดขึ้นในป่า..อิสราเอลที่กำลังพ่ายแพ้หนีกันกระจาย

ดู2ซมอ.18:9-10 “เผอิ๊ญ อับซาโลมไปเจอเข้ากับคนของดาวิด..แล้ว รีบหนีรึเปล่าไม่รู้ แต่!! ข้อนี้ บอกว่า..ล่อที่อับซาโลมขี่อยู่ดันวิ่งหนีเข้าไปใต้ต้นก่อหลวงใหญ่ ส่งผลให้ผมอันยาวสลวยสวยเก๋..ของอับซาโลมพันติดกับกิ่งก่อหลวงแน่น ส่วนล่อก็วิ่งเลยไป..ทิ้งให้อับซาโลมห้อยต่องแต่งอยู่กับกิ่งไม้ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้ อ่านแล้ว..นึกถึงหนังแฟนตาซีสมัยนี้..ที่ตัวร้ายสุดท้ายจะกลายเป็นตัวตลก เพราะต้องพบจุดจบแบบขำๆ.. ข้อที่10 บอกว่า ขณะที่อับซาโลมกำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ ก็มีทหารของดาวิดคนนึงมาเห็นเข้า เจอภาพอย่างงั้น ทหารคนนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก เลยวิ่งไปบอกโยอาบ..

ดู2ซมอ.18:11-12 “อะไรนะ เจ้าเห็นอับซาโลมห้อยติดอยู่บนต้นไม้เหรอ แล้วทำไมไม่ฆ่าเขาล่ะ..เราจะได้ให้รางวัลเจ้า แต่ชายคนนั้นตอบว่า..”ถึงมือข้าพเจ้าอุ้มเงินพันเหรียญอยู่ ข้าพเจ้าก็จะไม่ยื่นมือออกทำแก่ราชบุตร..” ถึงโยอาบจะเสนอรางวัลมากมายขนาดไหน เขาก็ไม่มีวันที่จะฆ่าอับซาโลม เพราะเขาได้ยินที่ก.ดาวิดสั่งไว้..ให้ปกป้องและไว้ชีวิตอับซาโลม ข้อที่13 ชายคนนี้พูดต่อไปว่า..ถ้าเขายอมทำตามที่โยอาบสั่ง ถึงเวลาที่ถูกดาวิดสอบสวน โยอาบก็จะโยนความผิดให้เขาคนเดียว..ไม่มีทางช่วยเขาให้พ้นผิดแน่ (พูดเหมือนรู้ทัน..ว่าโยอาบนิสัยยังไง) เพราะฉะนั้น เขาจะไม่มีวันขัดคำสั่งดาวิดเด็ดขาด

ดู2ซมอ.18:14-16 โยอาบรู้สึกรำคาญทหารคนนี้จริงๆ ฟังอยู่ตั้งนาน.ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา จะเชื่อฟังดาวิด..อะไรกันนักกันหนา ว่าแล้วโยอาบก็รีบไป..เอาไม้หลาวสามอันเสียบทะลุหัวใจของอับซาโลม ทหารที่มีอาวุธก็วิ่งตามมาฆ่าซ้ำ อับซาโลมเลยตายในสภาพที่ถูกแขวนติดอยู่บนต้นก่อหลวง

เรายังจำกันได้มั๊ยว่า..ว่าโยอาบคนเดียวกันนี้ เป็นคนวิ่งเต้นให้อับซาโลมได้กลับมาอยู่ที่เยรูซาเล็ม ลงทุนแต่งเรื่อง..จ้างหญิงชาวเทโคอาให้มาหาดาวิด พูดนั่น..พูดนี่ แล้วก็จบลงด้วยการพูดโน้มน้าวให้ดาวิดยอมรับอับซาโลมกลับมา เพื่ออะไร..ไม่ใช่เพราะหวังดีจริงๆเหรอ แล้วทำไมวันนี้ ถึงฆ่าอับซาโลมได้อย่างเลือดเย็น..เด็กๆสงสัยมั่งรึเปล่า

เปิดกลับไปดู 2ซมอ.17:25 ข้อนี้ พอจะเป็นเหตุผลได้รึเปล่า..โยอาบช่วยเหลือ..ทำเพื่ออับซาโลมมากมาย แต่พอยึดบัลลังก์พ่อได้แล้ว อับซาโลมก็เขี่ยเขาทิ้ง..ไปแต่งตั้ง”อามาสา”ลูกพี่ลูกน้องของโยอาบให้เป็นแม่ทัพแทนเขา..นี่มันหักหลังกันชัดๆ เพราะฉะนั้น จุดนี้มันยืนยันได้ในระดับนึงว่าที่โยอาบช่วยอับซาโลม..เพราะเขามีจุดประสงค์ ถ้าช่วยด้วยความจริงใจหรือบริสุทธิ์ใจ วันนี้เขาจะฆ่าอับซาโลมมั๊ย !!

ที่สำคัญ โยอาบคนเดียวกันนี้..ที่ดาวิดใช้ให้ฆ่าอุรีอาร์ ถึงจะไม่ได้ลงมือเองแต่โยอาบก็คือคนที่รับหมายประหารจากดาวิด..ให้ส่งอุรีอาร์ไปตาย แล้ววันนี้ โยอาบคนเดียวกันก็ขัดคำสั่งดาวิด..ฆ่าอับซาโลมด้วยมือของเขาเอง และทั้งที่ดาวิดก็มีอำนาจล้นมือ..แต่ปกป้องลูกตัวเองไม่ได้ เรื่องนี้ไม่บังเอิญ..พระเจ้าทรงตั้งใจเพื่อให้ดาวิดและเรา..สำนึกไว้ว่า ต่อให้มีอำนาจบารมีของโลกนี้มากมายจนล้น..มนุษย์ทุกคนก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่ดี..ไม่มีใครอยู่เหนือการควบคุมของพระเจ้า

ดู2ซมอ.18:28-29 หลังจากที่รบชนะพวกของอับซาโลมแล้ว โยอาบก็ใช้ให้ชาวคูชคนนึงให้ไปส่งข่าวดาวิด..แต่ยังไม่ให้บอกว่าอับซาโลมตายแล้ว แต่อาหิมาอัสก็ยืนยันว่าจะขอไปส่งข่าวด้วย.. แล้วเขาก็ไปถึงที่ประทับดาวิดก่อนคนคูช พอไปถึงก็กราบลงแล้วทูลดาวิดว่า”สาธุการแด่พระเจ้า พระองค์ทรงมอบพวกกบฎไว้ในมือของดาวิดแล้ว” แต่เหมือนดาวิดจะไม่สนใจฟังรายงานจากสนามรบ เพราะคำแรกที่เขาถามก็คือ”อับซาโลม ปลอดภัยรึเปล่า” แต่อาหิมาอัสก็ทำเฉไฉตอบไม่ตรงคำถาม พูดประมาณว่า” ไม่รู้เหมือนกันเพราะตอนที่โยอาบให้มาส่งข่าว..เขาเห็นผู้คนกำลังสับสนอลหม่าน เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร..อะไร ยังไงมั่ง” คือ ตอบแบบเอาตัวรอด

ดู2ซมอ.18:31-32 พอ”อาหิมาอัส” ตอบได้ไม่ถูกใจ ดาวิดก็ไล่ให้ไปยืนหลบอยู่..เพราะชาวคูชที่โยอาบให้มาส่งข่าว..มาถึงพอดี พอมาถึงเขาก็กราบลง แล้วทูลดาวิดว่า”มีข่าวดีมาบอก เพราะวันนี้พระเจ้าช่วยกู้ฝ่าพระบาทให้พ้นจากมือของพวกกบฎแล้ว” ดูเหมือนทุกคนจะเห็นชัยชนะครั้งนี้เป็นข่าวดีกันหมด..ยกเว้น ดาวิด ที่ยังคงไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะในสนามรบ ข้อที่32 ดาวิดยังถามเหมือนเดิม ”อับซาโลม ยังสบายดีมั๊ย..มีใครทำอะไรเขารึเปล่า” ชาวคูชตอบดาวิดว่า “ขอให้ศัตรูและผู้ที่คิดร้ายต่อดาวิด..เป็นเหมือนอับซาโลมเถิด” แค่นั้นล่ะ ดาวิด ทรุดเลย..รู้ทันทีว่าอับซาโลมตายแล้ว จากนั้น ก็ขึ้นไปเก็บตัวอยู่ที่ห้องชั้นบนของประตูเมือง เอาแต่ร้องคร่ำครวญว่า”อับซาโลม บุตรของเรา อับซาโลมบุตรของเราเอ๋ย เราอยากจะตายแทนเจ้าจริงๆ”คนเป็นพ่อเป็นแม่” ก็อย่างเงี้ย ลูกเลวขนาดจะฆ่าตัวเองอยู่แล้ว..ก็ยังรักขนาดอยากจะตายแทนมัน (แต่!พระเจ้าไม่ยอมให้แทน)

หมดเวลาแล้วค่ะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

หนังสือ 2 ซามูเอล ครั้งที่ 11 อาทิตย์ที่ 16:1:2011

ทบทวน : เรากำลังอยู่ในช่วงการถูกพิพากษาของดาวิด ถึงตอนนี้เขาจะได้อยู่กินเป็นเรื่องเป็นราวกับบัทเชบาแล้ว แต่วิธีการที่ทำให้ดาวิดได้บัทเชบามา..มันผิดมหันต์ พระเจ้าทรงพิพากษาโทษดาวิดขั้นรุนแรง ลูกคนแรกที่เกิดกับบัทเชบาต้องตายตั้งแต่ยังเด็ก อัมโนนก็ข่มขืนทามาร์..น้องคนละแม่ จนในที่สุด..อับซาโลมพี่แท้ๆของทามาร์ก็ฆ่าอัมโนนในทิ้ง จากนั้นอับซาโลมก็หนีไปอยู่กับคุณตา แต่ก็ได้กลับมาที่เยรูซาเล็มเพราะอุบายของโยอาบ ตอนแรกดาวิดก็สั่งกักบริเวณเขา..แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของโยอาบอีกเหมือนเดิมที่ทำให้อับซาโลมได้รับอิสระภาพ

แล้วหลังจากที่อับซาโลมได้รับอิสระให้เข้านอกออกใน ไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบแล้ว เขาก็เริ่มสานต่อแผนชั่วที่เขาแอบคิดไว้ในใจ ตั้งต้นสร้างความเสียหายให้ดาวิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เอาความดีเข้าตัว..เอาชั่วให้พ่อเป่าหูประชาชนวันละนิดละหน่อย จนในที่สุด คนส่วนใหญ่ก็มีใจเข้าข้างอับซาโลม

แน่นอน ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะพระประสงค์ของพระเจ้า แต่ถ้าเราละประเด็นนี้ไว้ในใจ เพราะเป็นสิ่งที่มันแน่นอนอยู่แล้ว อีกประเด็นที่มีส่วนสำคัญมาก ที่ทำให้อับซาโลมสามารถก่อการร้ายได้ ก็คือ ความเจ้ากี้เจ้าการเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงของโยอาบ บวกกับความใจอ่อนของดาวิด..ที่รักลูกแล้วก็ยกโทษให้โดยไม่ลงวินัยอับซาโลมเล เด็กๆต้องจำไว้ว่า..ไม่มีใครเลยที่จะถูกสร้างใหม่..เปลี่ยนใหม่ให้สวยงามหรือสะอาดบริสุทธิ์ขึ้นได้..โดยที่ยังไม่กลับใจ เพราะฉะนั้น นิสัยของอับซาโลมไม่มีทางเปลี่ยน เพราะเขายังไม่สำนึกว่าตัวเองผิด..อับซาโลมยังไม่กลับใจ

คราวที่แล้วเราจบลงตอนที่อับซาโลมขอดาวิดกลับไปที่เฮโบรน...โกหกว่าจะไปแก้บน แต่จริงๆคือไปก่อการกบฎเตรียมจะชิงบัลลังก์พ่อตัวเอง พอดาวิดรู้ข่าวว่าอับซาโลมกำลังจะเข้ามายึดครองเยรูซาเล็ม แล้วประชาชนส่วนใหญ่ก็มีใจเข้าข้างเขาด้วย าวิดตัดสินใจ..หนี เพราะถ้าอยู่..ไม่เขาก็ลูกคงต้องตายกันไปข้างนึง

บทที่15:18 บอกว่า มีคนมากมายขอติดตามไปกับก.ดาวิด และในจำนวนนี้มีคนต่างชาติมากถึง 600 คนที่เต็มใจจะไปตายเอาดาบหน้ากับดาวิดด้วย..(ไม่ใช่แค่ยิวเท่านั้น..ที่ศรัทธาในตัวดาวิด เหมือนพระเยซูคริสต์ที่ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ของบรรดาประชาชาติ..มากกว่ายิวหรืออิสราเอลส่วนใหญ่..(ด้วยความเคารพ..ถ้าบังเอิญท่านใดไม่เห็นด้วย )

ดู 2ซมอ.15:19-20 ในเวลาที่ลำทุกยากลำบากหรือตกอยู่ในอันตราย สิ่งนึงที่จะปรากฎชัดเจนคือ เพื่อนแท้หรือคนที่จริงใจกับเรา มันธรรมดามากที่เราจะมีเพื่อนมากมายในเวลาที่อยู่อย่างปกติสุข แต่เวลาที่ทุกข์ยากหรือช่วงที่ชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตรายต่างหาก..ที่จะพิสูจน์ได้ว่า..ใครคือเพื่อนแท้ ข้อนี้บอกว่า..ในจำนวนคนต่างชาติที่ติดตามไปกับดาวิด มีชาวกัทคนนึงชื่อ ”อิททัย” พอดาวิดเห็นอิททัยตามมาด้วย ดาวิดก็รับสั่งว่า..เจ้าตามเรามาทำไม กลับบ้านไปเถอะเพราะอิททัยเพิ่งมาถึงเยรูซาเล็มเมื่อวานนี้เอง แถมยังมีญาติพี่น้องที่อายุยังน้อย ไม่สมควรที่จะตามไประหกระเหินกับเขาเพราะดาวิดเองก็ยังไม่รู้จะอยู่ยังไง ขืนตามไปจะลำบากเปล่าๆ แต่อิททัยยังคงยืนยันความตั้งใจที่จะติดตามดาวิด..ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ข้อที่21 อิททัยบอกว่า”พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด..ดาวิดอยู่ที่ไหน ตายที่ไหน เขาก็จะขออยู่ที่นั่นด้วย..” คำพูดนี้คุ้นๆมะ เหมือนที่”นางรูธ”พูดกับนาโอมีไง..ถ้าเด็กๆจำได้ สุดท้าย ดาวิดเลยยอมให้อิททัยติดตามไป....

ดู2ซมอ.15:24-25 ข้อนี้บอกว่า เมื่อดาวิดข้ามลำธารขิดโรนไปแล้ว “ศาโดก”..ปุโรหิต พร้อมกับคนเลวีก็ตามมาถึงพอดี ไม่ได้มาตัวเปล่า..เอาหีบพันธสัญญามาด้วย พอดาวิดเห็นอย่างงั้นก็บอกให้ศาโดกกลับไป..แล้วก็เอาหีบพระสัญญากลับไปด้วย ข้อที่25ดาวิดบอกว่า..ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า..ยังไงเขาก็ต้องได้กลับมาอยู่ที่เยรูซาเล็ม แต่ถ้าพระเจ้าไม่โปรดให้เป็นอย่างงั้น..หีบพันธสัญญาก็ช่วยอะไรไม่ได้ !! ดาวิดไม่เคยมองว่าหีบพันธสัญญาเป็นเครื่องลางของขลัง..ที่นำติดตัวไปแล้วจะทำให้เค้าโชคดีหรือสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ดาวิดเห็นพระเจ้าใหญ่สุด ถ้าพระองค์ประสงค์สิ่งใด..ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่เกี่ยวเลยว่าหีบพันธสัญญาจะอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร เพราะฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับอะไรทั้งสิ้น

ดู 2ซมอ.15:26 “ดูเถิด เราอยู่ที่นี่ ขอพระองค์ทรงกระทำกับเราตามที่พระองค์เห็นชอบเถิด” ในเวลาที่ทุกข์ยากแสนสาหัส..เป็นตายเท่ากันจะมีกี่คนที่ยังพูดคำนี้ ถ้าเรากำลังจะไม่มีบ้านอยู่.. ถูกฟ้องล้มละลาย..พ่อแม่หรือลูกเรากำลังจะตายไม่มีเงินรักษา..เราจะพูดกับพระเจ้าว่าอะไร ก็คงจะประมาณว่า..โอ พระเจ้าช่วยลูกด้วยเถิด ขอ”อย่าให้เขาทำกับลูกอย่างงั้น..อย่างงี้เลย หรือไม่ก็..”ขอ”ให้มีปาฏิหารย์เกิดขึ้นให้ลูกได้เงินมาโดยอัศจรรย์..อะไรก็ว่าไป (ส่วนใหญ่จะอธิฐานอย่างงี้..) เรากล้าพูดอย่างดาวิดหรือไม่ ”พระองค์เจ้าข้า ลูกอยู่นี่..ขอพระองค์ทรงกระทำกับลูกตามน้ำพระทัยของพระองค์เถิด” ถ้าเราเป็นดาวิด น้าตุ๊กว่าอย่างน้อยที่สุด..เราคงต้องขอให้พระเจ้าเปลี่ยนหัวใจของอับซาโลม ให้เขาล้มเลิกหรือหยุดการกระทำที่ชั่วร้าย แต่ดาวิดไม่ขอซักคำ..ในเวลาที่อกกลัดหนองที่สุดเพราะถูกลูกตัวเองกบฎแล้วเดี๋ยวจะตามฆ่าด้วย ดาวิดยังทูลพระเจ้าว่า.. ”ลูกอยู่นี่ ขอพระองค์กระทำกับลูกตามน้ำพระทัยเถิด” นี่คือแบบอย่างของการวางใจแล้วก็ยอมจำนนกับพระเจ้าจริงๆ โดยที่ไม่ได้เอาตัวเองหรือความสุขส่วนตัวเป็นศูนย์กลาง แต่ดาวิดเอาพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง..ฮาเลลูยา ขอพระเกียรติมีแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราตลอดไป..เอเมน

สุดท้าย ดาวิดขอให้ศาโดกกลับไปอยู่ที่เยรูซาเล็ม..เอาหีบพระสัญญากลับไปด้วย คอยส่งข่าวให้เขารู้ความเคลื่อนไหวของอับซาโลม..จะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ..ว่าเขาควรจะไปไหนหรือทำยังไงต่อ

ดู2ซมอ.15:30-31 ลองนึกภาพดาวิดเอาผ้าคลุมหน้า เดินเท้าเปล่า เดินไปร้องไห้ไป เด็กๆคิดว่าดาวิดร้องไห้ทำไม บางคนคิดว่าดาวิดสงสารตัวเองที่ต้องมา..ตก..ระกำลำบาก บางคนบอกเสียใจที่ถูกลูกตัวเองกบฎ..อันนี้อาจจะมีส่วน แต่น้าตุ๊กเชื่อว่า..ดาวิดร้องไห้กับพระเจ้า..เสียใจ..สำนึกผิดในบาปที่ตัวเองทำมากกว่า น้าตุ๊กเห็นภาพดาวิดขอโทษพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำอีก..เขาไม่ได้ร้องเพราะตัวเองกำลังลำบาก..น้าตุ๊กเชื่ออย่างงั้น ข้อที่31 บอกว่า ในจำนวนคนที่ร่วมกบฎกับอับซาโลมมี“อาหิโธเฟล”รวมอยู่ด้วย คราวที่แล้วน้าตุ๊กอธิบายให้ฟังแล้วว่า อาหิโธเฟล เป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า คำปรึกษาของเค้ามีค่ามากเป็นเหมือนบัญชาจากพระเจ้า แล้วทำไมคนที่มีวินิจฉัยอย่างงี้ถึงไปเข้าข้างอับซาโลม เหตุผลก็คือ เพราะพระเจ้าอนุญาต แล้วอีกเหตุผลที่พอเข้าใจได้ ก็คือ จริงๆแล้ว อาหิโธเฟลเป็นปู่แท้ๆของบัทเชบา หมายความว่า เขาเองก็อาจจะเก็บงำความไม่พอใจไว้เหมือนกันที่ดาวิดทำกับหลานเขาเสียๆหายๆ เพราะฉะนั้น เมื่ออับซาโลมมาชวนเข้าพวก..อาหิโธเฟลก็คงตกลงทันที..โดยไม่ต้องคิดนาน

ดู2ซมอ.15:32-33/34 พอดาวิดขึ้นไปถึงภูเขามะกอกเทศ ข้อนี้บอกว่า.. ”หุชัย” เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของดาวิดก็มาถึงพอดี ในสภาพที่เสื้อผ้าขาดวิ่น แล้วก็มีผงคลีดินอยู่บนศีรษะ เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความทุกข์ใจแสนสาหัส เรื่องอะไร..ก็เรื่องที่ดาวิดต้องประสบกับชะตากรรมครั้งนี้ หุชัยมาด้วยความตั้งใจที่จะติดตามดาวิดไปทุกหนทุกแห่ง แต่ดาวิดไม่เห็นด้วย(อีกแล้ว) ..ที่หุชัยจะไปลำบากกับเขา ดาวิดเลยบอกว่า..ถ้าตามไป..ยังไงหุชัยก็ต้องเป็นภาระ สู้กลับไปอยู่เยรูซาเล็มแล้วทำทีไปเป็นพวกเดียวกับอับซาโลม..จะมีประโยชน์กว่า อย่างน้อยจะได้คอยทำให้คำปรึกษาของอาหิโธเฟลไม่มีน้ำหนักบ้าง..ก็ยังดี สถานการณ์จะได้เป็นประโยชน์กับดาวิดมากที่สุด ซึ่งหุชัยก็เห็นด้วย..ยอมกลับไปอยู่ที่เยรูซาเล็ม..คือไปเป็นหอกข้างแคร่ของอาหิโธเฟล ข้อที่37 บอกว่า ตอนที่หุชัยกลับไปถึง..อับซาโลมก็มาถึงเยรูซาเล็มพอดี

ดู2ซมอ.16:1-2 เด็กๆลองมองภาพรวมนะ..

...ตั้งแต่ข้อที่19 พอดาวิดกำลังจะออกจากเยรูซาเล็ม “อิททัย”..ที่เป็นคนต่างชาติแท้ๆ ยังขอตามไปรับใช้ดาวิด

...พอข้ามลำธารขิดโรนไป ข้อที่24พระคำภีร์บรรยายภาพ”ศาโดก”ปุโรหิตกับคนเลวีก็วิ่งตามดาวิดมา..เอาหีบพระสัญญามาด้วย แต่ดาวิดก็ขอให้พวกเค้ากลับไปอยู่ที่เยรูซาเล็ม

...จากนั้น เดินต่อไปอีกหน่อยพอถึงบนภูเขามะกอกเทศ ข้อที่32 ”หุชัย” เพื่อนเก่าของดาวิดก็ตามมาอีก ไปไหนไปกัน..ขอไปร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย

...จนบทที่16 นี้ หลังจากที่เจอหุชัย พอดาวิดออกเดินต่อไป มีคนตามมาอีกแล้ว คราวนี้ คือ “ศิบา” ข้าเก่าของซาอูล..ที่ดาวิดสั่งให้คอยรับใช้เมฟีโบเชท(ลูกที่เป็นง่อยของโยนาธาน) ศิบามาพร้อมลาคู่นึงกับเสบียงอาหารเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้น จริงๆแล้วประเด็นที่พระคำภีร์จะชี้ให้เห็นก็คือ “มีคนรักดาวิดเยอะมาก”..ไม่ใช่แค่ลูกน้อง..เพื่อนเก่า หรือยิวเท่านั้น..ที่พร้อมจะไปตายกับดาวิด แต่..!!คนต่างชาติรวมทั้งลูกน้องเก่าของซาอูล..อย่าง”ศิบา”ก็รักดาวิดด้วยเหมือนกัน เรียกว่า กำลังใจท่วมท้นเลย แต่..!! อย่าเพิ่งนึกว่า..จะมีแต่คนให้กำลังใจ เพราะข้อต่อไป..มันกำลังจะเป็นอีกด้านนึง..(ซึ่งจุดนี้ก็สะท้อนภาพของพระคริสต์..ได้ชัดเจนมาก)

ดู2ซมอ.16:5-7 “บาฮูริม” เป็นเมืองเล็กๆอยู่ไม่ไกลจากเยรูซาเล็ม พอดาวิดเดินทางมาถึงเมืองนี้ พระคำภีร์บอกว่า..มีชายคนนึงชื่อ”ชิเมอี” โผล่มาถึง..ก็ด่าเลย..ด่าดาวิดเสียๆหายๆ หาว่าดาวิดเป็นคนถ่อย กระหายเลือด..ซึ่งไม่จริงเลยซักเรื่อง ชิเมอีเดินไปด่าไป แล้วไม่ใช่ด่าเฉยๆเอาหินขว้างใส่ดาวิดกับทหารองครักษ์ด้วย สาเหตุก็คือ ชิเมอี..เป็นคนเผ่าเบนยามิน เป็นลูกหลานซาอูล..ก็คงจะแค้นมานานแล้ว แต่เราก็ยัง..งง ว่า ทำไมเขาถึงกล้าทำ เพราะชิเมอีมาคนเดียว ..อาวุธอะไรก็ไม่มี แต่รอบตัวดาวิด..องครักษ์เพียบ ตรงจุดนั้น เราคิดว่าดาวิดจะรู้สึกยังไง หัวใจก็กำลังบอบช้ำต้องหนีออกจากบ้านตัวเอง..เดินไปร้องไห้ไป ถูกลูกในไส้ทรยศหักหลัง แล้วยังมีคนมาตามด่า..ปาหินใส่ ถ้าเป็นพวกเราโดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้(ภาษาชาวโลก)คงน้อยใจจนถึงอาจจะเผลอประชดประชันพระเจ้า แต่ดาวิดทำไงดูต่อไป..

ดู2ซมอ.16:9-10 ในที่สุดอาบีชัย..ทหารของดาวิดก็ทนไม่ไหว ออกปากขออนุญาตดาวิดไปตัดหัวชิเมอี..อาบีชัยไม่เข้าใจว่าดาวิดทนอยู่ได้ยังไง ปล่อยให้ชิเมอีทั้งด่า..ทั้งขว้างหิน..ซัดดินใส่..โดยไม่ตอบโต้อะไรเลย.. ถ้าดาวิดอนุญาตอาบีชัยจะข้ามไปตัดหัวชิเมอีทันที แต่ดาวิดไม่อนุญาต ดาวิดพูดว่าไง..”บุตรทั้งสองของนางเศรุยาห์เอ๋ย (หมายถึง..โยอาบกับอาบีชัย) นี่มันกงการอะไรของเจ้า “ถ้าเขาด่าเราเพราะพระเจ้าตรัสสั่งเขาว่า”จงด่าดาวิด” แล้วใครจะพูดได้ว่าทำไมเจ้าถึงทำอย่างงี้” และเช่นกัน..

........ถ้าพระเจ้าสั่งเขาว่า..”จงด่าน้าตุ๊ก” แล้วใครจะพูดได้ว่าทำไมถึงทำอย่างงี้

.........ถ้าพระเจ้าสั่งเขาว่า..”จงอิจฉา ลูกศร” แล้วใครจะพูดอะไร

.........ถ้าพระเจ้าสั่งเขาว่า..”จงโกง พี่มายด์” แล้วใครจะทำไม

.........ถ้าพระเจ้าสั่งเขาว่า...”จงเกลียด ครูหนุ่ย” แล้วใครจะทำอะไรได้....จริงหรือไม่ !!!

เพราะฉะนั้น นี่เป็นการสำแดงความวางใจในพระเจ้าของดาวิดที่เราต้องเอาเยี่ยงอย่าง ถ้าเราจะถูกโกง..ถูกด่า..ถูกอิจฉา..ถูกเอาเปรียบ..ถูกเกลียดหรือถูกกระทำอะไรก็ตาม..พระเจ้าก็เป็นผู้อนุญาตทั้งสิ้น ถ้าคิดได้อย่างงี้แล้ว..ทุกอย่างผ่านมั๊ย..ผ่านแน่นอน เพราะเราจะมองคนที่ทำร้ายเรา..ไปอีกแบบนึง..คือ เขาเป็นแค่เครื่องมือของพระเจ้า ในการที่จะฝึกเราให้โตขึ้น..อดทนมากขึ้น เห็นภาพความชั่วร้ายของตัวเอง และภาพฝ่ายวิญญาณชัดเจนขึ้น แล้วแทนที่เราจะโกรธเขา ตำหนิเขา หรือต่อว่า..ตีโพยตีพายกับคนที่ทำไม่ดีกับเรา เราก็จะกลับหันมาสำรวจแล้วก็แก้ไขที่ตัวเราเอง เพราะเราเชื่อว่า..นั่นมาจากพระเจ้า แล้วทุกอย่างก็จะเป็นผลดีกับเรา..แน่นอน

ดู2ซมอ.16:11-12 ดาวิดบอกว่าขนาดลูกแท้ๆ..มันยังตามฆ่าเราเลย แล้วจะเอาอะไรกับใครก็ไม่รู้..มาถึงก็ด่าเอา..ด่าเอา แต่ช่างเถอะให้เขาด่าไป ดาวิดเชื่อว่าพระเจ้ากำลังพูดกับเขาผ่านชิเมอี..ที่กำลังด่าเขาอย่างเมามัน แล้วเขาก็ไม่ควรที่จะไปปิดปากของชิเมอีด้วยเพราะพระเจ้าทรงใช้ชิเมอีอยู่ ดาวิดเลยเลือกที่จะอดทนต่อไป..ปล่อยให้ชิเมอีทั้งด่า..ทั้งขว้างหินไส่อยู่อย่างงั้น ดาวิดแค่หวังว่า..พระเจ้าจะทรงเมตตาเมื่อเห็นเขาอดทน..ตอบแทนการร้ายด้วยความดี ย้ำ!! ต้องตอบแทนการร้ายด้วยการดี..เสมอ

ส่วนข้อที่ 15-19 จะเป็นรายละเอียดตอนที่”หุชัย”เข้าไปถวายตัวรับใช้อับซาโลม ตามคำแนะนำของดาวิด ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน เพราะหุชัยรู้จักพูด อับซาโลมก็เลยไว้ใจตั้งหุชัยให้เป็นที่ปรึกษา..เหมือนอาหิโธเฟล ทีนี่ก็มาถึงเรื่องสำคัญอีกประเด็นนึงของบทนี้....

ดู2ซมอ.16:20-21 ข้อนี้ อับซาโลมบอกกับอาหิโธเฟลว่า..”จงให้คำปรึกษา หรือพูดง่ายๆก็คือให้อาหิเฟลเผยพระวจนะมา..ว่าเขาควรจะทำยังไงต่อไป” เพราะเป็นที่รู้กันว่า..คำปรึกษาจากปากของอาหิโธเฟลเป็นเหมือนบัญชาจากพระเจ้า ข้อที่21 อาหิโธเฟลแนะนำให้อับซาโลมเข้าหานางสนมทั้งสิบของดาวิด !!!..ที่ดาวิดทิ้งไว้เฝ้าวัง (ไม่ได้พาไปด้วย เพราะดาวิดไม่ได้คิดว่าจะไปแล้วไม่กลับ) แล้วการเข้าครอบครองฮาเร็มของใครก็ตาม มันเท่ากับเป็นการประกาศว่า”เข้าแทนที่แล้ว” การทำอย่างงี้ก็ดูหมิ่นศักดิ์ศรีของดาวิดอย่างแรง แล้วถือเป็นการประกาศไปในตัวด้วย..ว่าอับซาโลมยึดบัลลังก์ของพ่อแล้ว

ดู2ซมอ.16:22-23 ข้อนี้บอกว่า..”เขาจึงกางเต๊นท์ให้อับซาโลม บนดาดฟ้าของหลังคาพระราชวัง แล้วอับซาโลมก็เข้าหานางสนมของพ่อ..ที่เดียวกันกับที่ดาวิดมองลงมาเห็นบัทเชบาอาบน้ำ ข้อที่23 ย้ำว่า..”สมัยนั้นคำปรึกษาของอาหิโธเฟลเป็นเหมือนบัญชาของพระเจ้า” คือข้อนี้เนี่ย.. ตั้งใจจะบอกเหตุผลเรา..ว่าทำไมอับซาโลมถึงเชื่อ แล้วก็ทำตามคำแนะนำของอาหิโธเฟลทุกเม็ด (ทั้งที่ มันเป็นคำปรึกษาที่ล่อแหลม ไม่น่าจะทำตาม) แล้วพวกเรายังจำคำพิพากษาดาวิดที่พระเจ้าตรัสผ่านทางนาธันไว้ได้มะ!!!

กลับไปดู 2ซมอ.12:10-12 ยังไม่ลืมคำพิพากษาของพระเจ้าที่นาธันพูดไว้..ใช่มะ!! เพราะเรียนกันไปไม่นาน “..พระเจ้าบอกว่า เพราะดาวิดไปแย่งภรรยาของอุรีอาร์ พระองค์ก็จะให้ภรรยาของดาวิดถูกแย่งไปเหมือนกัน” แล้วตอนนี้ คำพิพากษาของพระเจ้าเป็นจริงรึยัง..มันเกิดขึ้นจริงแล้ว โดย”อาหิโธเฟล”นี่แหละ..ที่ดันไปแนะนำให้อับซาโลมเข้าหานางสนมของดาวิด! ข้อที่12 พระเจ้าตรัสต่อไปว่า..ดาวิดทำการนี้อย่างลับๆ ฉวยโอกาสตอนที่สามีเค้าไม่อยู่..แอบไปพาตัวบัทเชบามานอนด้วย แต่พระองค์จะให้คนอื่นได้หลับนอนกับภรรยาของดาวิดอย่างเปิดเผย แล้วเปิดเผยจริงอย่างว่ามั๊ย เปิดเผยสุดๆเลย..ไม่มีอะไรจะเปิดเผยกว่านี้แล้ว..ก็เล่นกางเต๊นท์บนหลังคา ใครไปใครมา..ก็เห็นหมดว่าอับซาโลมหลับนอนกับสนมของพ่อบนดาดฟ้าหลังคาพระราชวัง..

ก่อนหน้านี้..ที่เราแอบสงสัยกันอยู่..ว่าทำไมคนที่มีวินิจฉัย แล้วก็เป็นเสมือนทูตของพระเจ้าอย่าง”อาหิโธเฟล”ถึงได้ไปเข้าพวกกับคนอย่างอับซาโลม ถึงตอนนี้ เราจะได้เข้าใจกันอย่างชัดเจน..ว่าพระปัญญาของพระเจ้าไร้ขีดจำกัด บางอย่างที่มนุษย์มองว่ามันไม่น่าจะเป็นผลดี..ไม่เวริค ไม่น่าจะเป็นงั้น..ไม่น่าจะเป็นงี้ (ตามสติปัญญาของมนุษย์) แต่ทั้งหมดคือความแยบยล..ที่พระเจ้าจะทรงกระทำให้พระวจนะของพระองค์สำเร็จ..เป็นจริง..เกิดขึ้นจริง “เสมอ (ย้ำ!เสมอ)” แล้วนั่นเป็นเรื่องที่เราต้องดีใจ..เพราะหมายความว่า คำสัญญาของพระเจ้าที่บอกว่าเราจะได้อยู่สวรรค์..และมีชีวิตนิรันดร์.”ก็ต้องจริงด้วย” เพราะฉะนั้น สารพัดเรื่องราวที่พระคำภีร์ชี้ให้เห็น..เล่าให้ฟัง ก็เพื่อให้เราแน่ใจในสิ่งนี้ที่พระองค์สัญญาไว้ อย่าคิดว่ามันเป็นแค่นิยายหรือเรื่องเล่า..ไม่ใช่

พระคำภีร์มีมิติ แต่ละคนอ่านก็เข้าใจได้ไม่เท่ากัน..แต่ถ้าเราตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า ตั้งมั่นที่จะแสวงหาพระองค์ อธิฐานขอพระเจ้าเปิดตาใจของเรา..พระองค์ก็จะทรงสำแดงให้เราเห็นแน่นอน..ว่าพระองค์สุดยอดขนาดไหน

วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ..ขอพระคุณความรักของพระเจ้า ปกคลุมอยู่เหนือพวกเราทุกคนที่ได้ยินพระวจนะของพระองค์ และแผ่ไพศาลไปเหนือประชากรไทย..ผู้ทุกข์ยากในอินเดีย..อาฟริกา และทุกซอกทุกมุมของโลก..เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา อาเมน